

อยู่คนเดียวมาได้พักนึงแล้วก็เกิดอาการจิตตก
ตื่นขึ้นมาฟังเพลง “Somewhere in my broken heart” ตอนตีสี่
น้ำตาเริ่มปริ่มๆ…
ยัง..ยังไม่พอ
ขออีกเพลง
“Best I ever Had” (Grey Sky Morning) ของ Vertical Horizon
ได้ผลเลย คราวนี้…ไหลพราก
เป็นเพลงที่เปิดปุ๊บ ร้องไห้ไ้ด้ทุกครั้งสิน่า
——————————————————-
“Best I Ever Had (Grey Sky Morning)”
So you sailed away
Into a grey sky morning
Now I’m here to stay
Love can be so boring
Nothing’s quite the same now
I just say your name now
But it’s not so bad
You’re only the best I ever had
You don’t want me back
You’re just the best I ever had
So you stole my world
Now I’m just a phony
Remembering the girl
Leaves me down and lonely
Send it in a letter
Make yourself feel better
But it’s not so bad
You’re only the best I ever had
You don’t need me back
You’re just the best I ever had
And it may take some time to
Patch me up inside
But I can’t take it so I
Run away and hide
And I may find in time that
You were always right
You’re always right
So you sailed away
Into a grey sky morning
Now I’m here to stay
Love can be so boring
What was it you wanted
Could it be I’m haunted
But it’s not so bad
You’re only the best I ever had
I don’t want you back
You’re just the best I ever had
The best I ever had
The best I ever
*** credit lyrics — [ www.azlyrics.com ]
———————————————-
อยากฟังเพลงนี้ เข้าไปฟังสดๆ ได้ที่ Grooveshark สถานีเพลง online นะจ๊ะ
……………….
ไม่ทันตั้งตัวจริงๆ
ไม่ได้ทำใจมาก่อนเลย
ว่าวันนี้จะมาถึง
เคยนะ…
เคยมีคนเตือนแล้ว
ว่าช้าหรือเร็ว มันก็ต้องเกิดขึ้น
เมื่ออยู่กันไปมันก็ไม่มีประโยชน์
แล้วเราจะดันทุรังรั้งไว้ทำไม
เราเข้าใจ…
แต่เราก็ยังทำใจไม่ได้
ความผูกพัน…
มันไม่ได้สร้างกันง่ายๆ แค่ข้ามคืนมิใช่หรือ
โอเค เรายอมรับ
ว่าบางครั้ง เราเองนั่นแหละ
ที่ละเลย และหลงลืมไม่ใส่ใจดูแลเค้าตามที่ควร
ถึงเค้าจะมาที่หลัง
แต่เราก็ไม่เคยคิดว่าเค้าไม่สำคัญ
เราพยายามไม่ฟังเสียงคนรอบข้าง
ว่าเราไปกันไม่ได้หรอก..
เราแสร้งทำหน้าชื่น
ยิ้มรับกับคำพูดที่ว่า
ตัดใจเสียเนิ่นๆ ดีกว่า
ยิ่งทิ้งไว้ก็ยิ่งจ็บปวด
แต่แล้ว…
วันนี้ก็มาถึง
ทั้งที่เราพยายามยืดเวลาออกไป
ให้นานที่สุด
เท่าที่เราจะทำได้แล้ว
แต่น่าแปลก
พอถึงเวลาจริง
ใจเรากลับสงบอย่างประหลาด
ไม่สิ…
มันคือความว่างเปล่าต่างหาก
เราทำใจไม่คิดถึงสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ตรงหน้า
บอกตัวเองว่า..ชั้นไม่ได้อยู่ตรงนี้
ใจชั้นมันไม่ได้อยู่ตรงนี้
คิดสิ…
พยายามคิดเรื่องอื่น
น้ำตามันจะไม่ได้ไหลออกมา
จริงอย่างที่เค้าว่าจริงๆ ด้วย
ว่าเวลาที่เราต้องกล่าวคำอำลา
ณ ช่วงขณะนั้นน่ะ
ไม่เจ็บปวดเท่าการที่ได้กลับมาอยู่กับตัวเองหรอก
แรกๆ ก็ยังมีความรู้สึก
ราวกับมีอะไรทิ่มแทง
มันเจ็บ
มันปวดร้าว
แต่พอผ่านไปซักพักนึง
เมื่อรู้ว่ามันต้องเกิดขึ้นแน่แล้ว
มันก็ชา…
ชาด้าน…
ไร้ซึ่งความรู้สึก..
ไร้ซึ่งแรงต่อต้าน…
ความรู้สึกเจ็บปวดมันถูกกดทับไว้
ด้วยความหนักอึ้ง
ด้านชา…
แต่สมองเรายังรู้สึก
ประสาทอื่นยังคงรับรู้
ยังคงได้ยินเสียง..
พยานแห่งโศกนาฏกรรมอำลา
หวีดหวิวอยู่ข้างหู…
เธอยังคงดึงดัน
ดื้อรั้น
เรารู้
เราสัมผัสได้
ว่าจริงๆ แล้ว
เธอก็ไม่อยากจากเราไป
เธอยังคงดื้อดึง
ไม่เคลื่อนไหว
ราวกับจะบอกด้วยใจ
ว่าความสัมพันธ์เรามันหยั่งรากลึกเกินกว่าจะถอน
แต่จะมีประโยชน์อันใด
เมื่อเราตัดสินใจไปแล้ว
จะเปลี่ยนแปลงตอนนี้ก็คงไม่ไหว
เรารับไม่ไหวแล้วจริงๆ
และแล้ว…
เธอก็จากไป…
เหลือไว้แต่เพียงความว่างเปล่า
บอบช้ำ…
และเมื่อความชาด้านที่เกาะกุมเราไว้จางหายไป
นั่นแหละ
คือช่วงเวลาแห่งความเจ็บปวดอย่างแท้จริง
คงมีแต่เพียงเวลาเท่านั้นล่ะมั้ง
ที่จะรักษาเราได้
เราก็ได้แต่หวัง
ว่าวันที่เราจะหายเป็นปกติ
วันที่เราจะกลับมาพูดคุย
และยิ้มสู้ได้อีกครั้ง
จะมาถึง…
เราสัญญากับตัวเอง
ว่าเราต้องทำได้
แม้วันนั้นจะไม่มีเธอคอยอยู่เคียงข้างกันอีกแล้ว
บางทีนะ บางที
เราอาจได้พบกันใหม่
ในชีวิตหน้า
ลาก่อนนะ…
ฟันคุดที่รักของฉัน
……………………………………
………………………………………………..
Every time I think of you
I get a short right through
into a bolt of blue
It’s no problem of mine
But it’s a problem I find
living a life that I cant leave behind
There’s no sense in telling me
The wisdom of the fool won’t set you free
But that’s the way that it goes
And it’s what’s nobody knows
And everyday my confusion grows
Every time I see you falling
I get down on my knee and pray
I’m waiting for final moment
You say the words that I can’t say
I feel fine and I feel good
I feel like I never should
Whenever I get this way
I just don’t know what to say
Why can’t we be ourselves
Like we were yesterday
I’m not sure what this could mean
I don’t think you’re what you seem
I do admit to myself
That if I hurt someone else
Then I’ll never see
Just what we’re meant to be
Every time I see you falling
I get down on my knees and pray
I’m waiting for the final moment
You say the words that I can’t say
…………………………………………………………
เป็นความพยายามของคุณแฟนที่จะใช้เราเป็นหนูทดลอง (อีกแล้ว) ในการดาวน์โหลดโปรแกรมเขียนบล็อกแบบ offline ด้วย window live writer ผลก็ออกมาด้วยประการฉะนี้
หลังจากติดตั้งโปรแกรมเสร็จสิ้น (โคตรนานเลย เกือบชั่วโมงได้ โหลดจนลืม) เจ้าตัวนี้ก็จะพาเรามาหน้าโพส เป็นกระดาษเปล่าๆ มี Tool bar มีแถบเครื่องมือด้านบน แลด้านข้างหน้าตาคล้ายๆ microsoft word เลย เพราะฉะนั้นกิจกรรมอะไรที่เราทำได้ใน word เราก็ทำในโพสได้ (เช่น ถ้าเราอยากจะย่อรูป ก็ลากเคอร์เซอร์ย่อเอาเลย หรือถ้าอยากให้รูปชิดซ้าย ชิดขวาก็ไปที่ picture layout แล้วก็เลือก in line with text แล้วใส่ margin เอา ไรเงี้ย..แหมม..ยังกะตอนพิมพ์งานเป๊ะ.. แถมถ้าเราเซ็ทให้มันลิงค์กับหน้าตาบล็อกที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ก็จะสามารถพรีวิวโพสที่เราเขียน ตอนไปอยู่ในบล็อกจริงแล้วได้ด้วย
อ้อ..แถบด้านข้าง มีช่องให้ insert อะไรมากมาย..นอกเหนือไปจากที่ wordpress มีอยู่แล้วก็มี photo album , table, map, และ plug-in 117 รายการ!!
shittt…คุณแฟนเห็นแล้วทำหน้าสยอง…หนักว่ะหนัก..งั้นไม่ใช้แล้ว..ไม่ชอบ..กลับไปใช้ BlogDesk เหมือนเดิมดีกว่า!!! อ้าว ไรฟระ….ใช้ตรูแล้วก็มาชิ่งกันไปซะอย่างงั้นเอง พ่อจอมรีเสิร์ชชชช
อ้อ อีกประการนึง สำหรับใครที่ใช้ hotmail อยู่ เจ้านี่จะถามว่าเราอยากจะ share ให้กับเน็ทเวิร์คของเราด้วยมั้ย ใครใช้อยู่คงรู้ว่าตอนนี้ Hotmail พยายามจะเหมือน facebook เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราอัพก็จะเห็นกันหมดในหน้า what’s new….แม้มมมมมมมมมมม มือไวคลิกไปเรียบร้อยแล้ว
อืมม โพสนี้ ถ้าลงว่าลิงค์กับบล็อกแล้ว..จะเลือกใส่ในหมวดหมู่ที่เรามีๆ อยู่ก็ได้นะ เหมือนนั่งเขียนในบล็อกเป๊ะเลยย
เรียบร้อยก็ เลือก save จะเป็นแบบ save local draft ในกรณีที่ไม่ได้ต่อกับเน็ท หรือ Post draft to blog ในกรณีที่เปิดหน้าเว็บอยู่ หรือจะ Post draft and edit online ถ้าอยากไปพิมพ์ต่อในบล็อกจริง
เออ..จริงๆ มันก็สะดวกดีเนาะ
“แล้ว microsoft word ทำงี้ทำไมอ่ะ” หันไปถามคุณแฟน
“microsoft word ไม่ได้ทำ บริษัท Microsoft ทำต่างหาก” ผู้ชายคนนี้นี่ ความถูกต้อง ต้องมาก่อน
“เออ นั่นแหละ…เค้ามาช่วย wordpress ทำไมอ่ะ”
“ไม่ใช่แค่ wordpress…อันนี้มันใช้ได้กับบล็อกอื่นๆ ด้วย (ย่ะ)” แน้..ยังมีการแก้ไขความถูกต้อง
“เออออออ นั่นแหละ จะได้ดึงให้คนหันมาใช้ซอฟท์แวร์ของบริษัทไรเงี้ยหรอ” ฮู้ยย เหนื่อยจริงวุ้ยย
“อืม…คงใช่ or maybe to boost more publicity for webblogging, i guess” อันนี้ ไม่แปลได้มั้ย..ไม่เข้าใจ…ไรนะ พูดไรฟระ พูดอีกทีซิ
“ก็แบบ microsoft ก็มีเว็บบล็อกเป็นของตัวเองใช่มะ อะไรนะ window Live space?”
“อืมม นั่นแหละ ก็เลยทำอันนี้ออกมาแล้วแชร์ให้คนอื่นสามารถใช้ได้ด้วย…แถม ยังเป็นอันแรกที่…”
“….ที่ไม่เก็บตังค์หรอ” เราต่อให้
“ไม่ช่ายยย..เป็นอันแรกที่คนพูดว่าทำออกมาแล้วโอเคตะหากล่ะ เพราะปกติอะไรที่ไมโครซอฟท์ทำน่ะ จะ crappy…”
“อะจ๊ากกก….พูดกับคนชอบใช้ฟรีแวร์ ก็มีจุดจบเช่นนี้นี่เอง…พอเถอะ ไม่มีความรู้ ไม่สาวความยาวดีกว่า” (หันมานั่งพิมพ์ต่อ ต๊อกๆๆ เออ มันก็ใช้ง่ายดีเนอะ)
“นี่ๆ ปิดไอ spell check ไปได้มั้ยอ่ะ เห็นเส้นยึกยือ แดงๆ แล้วรำคาญ!!” คุณเธอมีการชะโงกหน้ามาบอก
“อ๊าวววว…ช้านก็นั่งพิมพ์อยู่หน้าเครื่องชั้นอยู่ดีๆ เออๆ ปิดก็ได้..อยู่ไหนล่ะเนี่ย…” ลนลานหาที่เอา spell check ออก คุณเธอเข้ามาช่วยตามเคย…อยู่ตรงคำว่า Tool นี่ไง
อ่ะ..เรียบร้อยแล้ว..พอใจรึยังคะ…
555 พิมพ์นินทาแฟนแล้วสบายใจ จ้างก็อ่านภาษาไทยไม่ออก กร๊ากกก
——————————————————————
เอาล่ะทดลองพอหอมปากหอมคอ ลองใช้ดูไปกันซักระยะก่อน ได้เรื่องอย่างไรจะมาอัพให้ฟังกันอีกทีนึงเด้ออ
ป.ล.: save local draft แล้ว ไฟล์มันไปอยู่ที่ไหนกันล่ะวะเฮ่ยยย –_-“
—————————————————->
หลังจากบรรทัดเส้นประข้างบนนี่ คือสิ่งที่เรามาเขียนเพิ่มเติมเองในหน้าบล็อก (คือข้างบนน่ะ เขียนผ่าน window writer) เรื่องมันมีอยู่ว่า พอเรา save local dtaft เสร็จก็หาใหญ่เลย ว่าไฟล์มันไปอยู่ที่ไหน หาไงก็ไม่เจอ ก็เลยไปถามกูเกิ้ล ปรากฎว่ามันฝังอยู่ใน draft folder เป็น internal อยู่ในโปรแกรมนั่นแหละ
สิ่งที่เราต้องทำก็คือ เปิดโปรแกรม writer ขึ้นมา แล้วไปที่ draft นั้น แล้วก็คลิก post to blog….
อ่ะ…post แล้ว
เปิดหน้าบล็อกมาดู…
ไหนอ่ะ..โพสชั้นอยู่ไหน..ไม่เห็นมีเลย..เริ่มโวยวายละ
เออๆ งั้นลองรีเฟรชดู
รีเฟรชแล้วอ่ะ…มันก็ยังไม่มา
หรือมันยังส่งไม่เสร็จ…??
เสร็จแล้ว เสร็จแล้ว…ก็มันปิดไปเองอ่ะ
แล้วมันหายไปหนายยยยยยยยยยยยยย (ไม่ยอมๆ ตูพิมพ์ตั้งนาน)
กดคำว่า recently posted ที่เห็นในโปรแกรมซิ
ตัวบ๊อกซ์ไอคอนขึ้น retrieving post from blog….
ม่ายยอ๊าววว….ชั้นไม่เอามันกลับมา ชั้นจะส่งมันปายยยย
คุณแฟนทำหน้ายุ่งแบบนิ่งๆ อยู่สองวิ
อ๋อออออออออ…ก็มันเป็นโพสไง ยุเข้าใจคำว่าโพสมั้ย
เข้าใจสิ ก็ตูโพสอยู่ทุกวัน
เออ..นั่นล่ะ…โพสก็คือโพส..ยูส่งโพสลงบล็อก แต่ยังบ่ได้ publish เข้าใจ๋??
อ๋อออออออออออออ ลากเสียงยาวเลยทีนี้…แหะ แหะ งั้นชั้นต้องไปเปิด wordpress แล้ว publish โพสใช่มั้ย
โนๆๆๆ คุณแฟนส่ายหน้า อาจจะกำลังเซ็งว่าแฟนตรูทำไมสมองส่วน IT มันโพรเซ็ทช้างี้ฟระ
ก็หน้า writer เปิดอยู่นี่แหละ ไปคลิกตรงคำว่า Publish ไหนดูซิมันอยู่ไหน
แหะ แหะ นี่ไง…แทบจะอยู่บนตักในแถบเดียวกันกับ post to blog เลยยย
เอาล่ะ ลองเปิดดูอีกทีซิ…
ชะแว้บบบบ…และแล้วโพสของดิชั้นก็มาปรากฎตัวอยู่ตรงหน้า
การทดสอบก็จบลงด้วยประการฉะนี้..เอวังงงงง
หลังจากนั่งปั่นงานไม่หลับไม่นอนมาสองคืนติดกัน ก็สะโหลสะเหลออกมาจากห้องที่เกสเฮาส์ในโคตาบารู เอาตอน 11 โมง !! ไม่ใช่สิ เวลาท้องถิ่นมันต้องเป็นเที่ยงแล้วสินะ…
เอาเถอะ จะกี่โมงก็ช่าง…ในขณะที่เราเดินไปห้องน้ำและกำลังจะกลับเข้าห้อง หูพลันก็ได้ยินเสียงจากทีวีที่เปิดทิ้งไว้ในห้องนั่งเล่น….
ติด ติด ติด ตะ ตะ ติด ติด ติ๊ดดด…(กรุณาฮัมตามเพื่อความเข้าใจ…ไม่ได้บ่นว่ารถติดอยู่นะเหวยย)
เท่านั้นล่ะ หูผึ่ง…ไปนั่งฟังเพลง I’m Yours ของพี่เจสัน แล้วก็เคลิ้ม….อาาาา….ดูมิวสิควีดีโอที่พี่เล่นไปเที่ยวโน่นนี่ กระโดดน้ำ วิ่งลงชายหาด จบแล้วก็ให้นึกดีใจว่า ดีจังที่ตอนนี้ไม่มีงานทำ (ควรจัดีใจมั้ยเนี่ยยย) แต่ถ้าทำงานที่ออฟฟิศอยู่นะ ดูจบแล้วคงอยากเที่ยวๆๆๆๆๆๆๆ 5555 (ไม่ได้หวนเจียมตัวเลยว่า ไม่มีงานก็ไม่มีเงินนะเฟ้ยเฮ้ยย ฮ่า ๆๆ)
เอาเถอะ..กลับเข้าเรื่องดีกว่า…ยังไงนะ..อ๋อ..นั่นแหละ ทีนี้ดูจบก็กลับเข้าห้อง ยิ้มน้อย ยิ้มใหญ่ ทีนี้ล่ะ search youtube แล้วก็นั่งดูมิวสิควีดีโอพี่กระจายเลย
ก็เลยขนมาใส่ในนี้ซะ 3 เพลงรวด เอาให้เต็มที่ แต่ขอเป็นแบบ Live version นะ แหม ดูแล้วก็อยากให้พี่มาเล่นคอนเสิร์ตบ้านเรามั่ง ถ้ามานะ..ฮื่มม..ไม่มีพลาด
อืมมม..แล้วไงอ่ะ..ทำไมถึงเรียกพี่เค้าว่าผู้ชายสีน้ำทะเล
ก็แบบว่า…ฟังเพลงของพี่ทีไรนะ…ภาพทะเลมันจะลอยมาอยู่ตรงหน้า คิดถึงบรรยากาศลมทะเลพริ้วๆ มีเสียงคลื่นซัดสาดกระทบฝั่งอยู่แว่วๆ แล้วต้องนอนเปลญวน จิบมาการิต้าอยู่ด้วยนะ (แต่ตอนนี้ไม่มีตังค์ อาจจะเปลี่ยนเป็นซดแสงโสมสไปรท์อยู่แทน) ก็เลยคิดเอาว่า ถ้าจะเปรียบสีกับผู้ชายคนนี้ สำหรับเรา เค้าต้องเป็นผู้ชายสีน้ำทะเล แล้วก็แบบเขียวอมฟ้า แบบทะเลลึกด้วยนะ สีโปรดที่ทำให้เราอารมณ์ดีที่สุดนั่นแหละ ^^
จำได้ว่าเคยมีคนถามว่าความฝันสูงสุดในชีวิตนี้คืออะไร…ยังคิดคำตอบสุดท้ายไม่ออก แต่ในระหว่างนั้น ข้อหนึ่งในนั้นขอเป็นให้พี่ Mraz มาเล่นกีตาร์ แล้วร้องเพลงให้ฟังข้างๆ ได้มั้ยอ่ะ…ขอแค่เนี้ยยยย ไม่มากไปหรอกเนาะ
อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เราชอบพ่อหนุ่มคนนี้ (ตกลงจะเป็นพี่หรือเป็นพ่อเนี่ย) ก็คงจะเป็นเพราะเนื้อเพลงน่ารักๆ ที่เค้าแต่งเอง ร้องเอง คือมันติดดิน มันใส มันซื่อ มันพูดตรงๆ เว้ากันซื่อๆ ดี จะเกี้ยวสาวก็เอาแบบเนี้ย จะเป็นแนวแบบ เธอมาเป็นแฟนฉันเถอะ ฉันดีน้าาาา เดี๋ยวจะหมดเวลาแล้วนะจ๊ะ (หลายเพลงฟังแล้ว แอบขำปนหมั่นไส้ 55) ด้วยลักษณะประมาณเอาบทสนทนาธรรมดาๆ ที่เราใช้ๆ กันนี่แหละมาด้นเป็นเพลงได้ 555 (ลองไปหาฟัง I’ll Do anything จากอัลบัม Waiting For My Rocket To Come ดู) ส่วนในอีกหลายๆ เพลงก็หยิบเรื่องธรรมดามาให้แง่คิดได้ เออ คนแต่งเพลงเป็นนี่ เค้าช่างมีมุมมองน่าสนใจเนาะ นะ..ก็สรุปว่าฟังเพลงเค้าแล้วรู้สึกว่า ผุ้ชายคนนี้..น่ารักจังเลยยยย ^^
ป.ล.: ต้องขอขอบคุณ ดีเจกอล์ฟฟี่ เพื่อนรัก ที่แนะนำให้รู้จักพี่ Mraz เมื่อตอนเราเที่ยวลันตาในปีนั้น…ว่าแต่มันกี่ปีมาแล้วล่ะเนี่ย จำได้ว่าตอนนั้นยังถามอยู่เลยว่านามสกุลอีตาคนนี้มันออกเสียงว่ายังไง 555
แล้วเมื่อไรที่เราฟังเพลง You and I Both นะ…สาบานได้ว่าคิดถึงลันตาทุกครั้ง…
อยากกลับไปอีกจัง…แต๊งกิ้วหลายๆ เด้ออออ ^^
live @ EBS Space, Korea
แอบเห็นเรนกับเจย์โชว์ มานั่งดูคอนเสิร์ตด้วยแหละ อุอุ
อนึ่ง…สังเกตดูนาทีที่ 4.16 นะ … เห็นภาพเลยว่าถ้าตัวเองไปดูคอนเสิร์ตเพลงนี้ แล้วต้องอารมณ์แบบนี้แน่ๆ เลยยย 5555
ป.ล. : คนตีกลองเริ่ดด และเสียงดีมากกกกกก ถูกใจเจ๊ !!
น่ารักมากมายเพลงนี้ ผู้ชายคนนี้ เสียงก็ดี แต่งเพลงก็เก่ง หน้าตาก็ตะล้กกก ตลก 5555
นี่แหละเพลงโปรด…พอท่อนแรก..Wasnt you who spoke the word..things would happen but not to me ขึ้นมาเท่านั้นล่ะ ภาพลันตาลอยมาแต่ไกลทีเดียวเชียวววว

เอามาแปะไว้ก่อนเด้อ เรียกเรทติ้ง แบบว่าตอนนี้ต้องไปปั่นงานส่งเจ้ก่อน เดี๋ยวหัวหลุดแล้วจะไม่มีตังค์เที่ยวต่อ เหะ เหะ เหะ

นะ..จั่วหัวกันราวกับว่า ไปมาบ่อยซะปีละห้ารอบ
ไปเที่ยวที่นี่ครั้งแรกเมื่อ 3 ปีที่แล้ว หลีเป๊ะในความทรงจำมันช่างสุดแสนประทับใจ…หนึ่ง อาทิตย์เต็มๆ กับหาดทรายขาว น้ำทะเลใส ปลาอร่อย หอย(ใต้น้ำ) ตัวใหญ่ 555… ตั้งแต่นั้นมา ก็นั่งฝันนอนฝันว่าถ้ามีเวลาหยุดยาวๆ ก็จะขอกลับไปอีกซักครั้ง แล้วจะอยู่มันให้คุ้ม…ค่าที่มันใช้เวลาเดินทางยาวนานซะเหลือเกิน
ให้บังเอิญสรงกรานต์ที่ผ่านมา สหายสนิทคิดการใหญ่ กะใช้เวลาหยุดยาวไปเที่ยวกับแฟน คนมีพันธะทางกาย หากไร้พันธะทางเศรษฐกิจอย่างเรา (พูดตรงๆ ก็คือคนไม่มีงานทำนั่นแหละ 555) พอเค้าเอ่ยปากชวน ก็เก็บข้าวเก็บของตามเค้าลงไป แบบไม่มีเกรงใจทรัพย์ในกระเป๋า (คือเงินไม่มีแต่อยากเที่ยว ว่างั้นเหอะ
)
ทริปนี้หาควรใช่ทริปตกระกำลำบากไม่ ด้วยเพื่อนฝูงจัดการจองที่พัก ตลอดจนจัดโปรแกรมตลอดการเดินทางไว้แล้ว ที่เหลือก็แค่เราตามไปสมทบที่หาดใหญ่ ก่อนออกเดินทางไปท่าเรือที่สตูลพร้อมกันวันรุ่งขึ้น
สรงกรานต์ปีนี้ เริ่มหยุดกันตั้งกะวันที่ 10 คนส่วนใหญ่ทยอยออกต่างจังหวัดไปหมดแล้ว วันที่ 12 เราไปซื้อตั๋วรถไฟที่หัวลำโพงแบบชิล ชิล เอาตอนบ่ายสาม จริงๆ วันนั้นมีรถนอนรอบสามโมงครึ่งด้วย แต่ได้ข่าวว่าไปตัวเปล่า กระป๋งกระเป๋าก็ไม่ได้เอามา ก็เลยตกลงเอาตั๋วรถนั่งชั้น 2 เป็นตู้แอร์ รถด่วนขบวนพิเศษ ที่จะออกตอนสี่ทุ่มห้าสิบแทน สนนราคาค่าตั๋ว 655 บาท และจะถึงหาดใหญ่ตอนเที่ยง
กลับบ้านอาบน้ำอาบท่า หลั่นล้าอยู่พักใหญ่ รู้ตัวอีกทีก็เกือบสี่ทุ่มละ คราวนี้หละตาลีตาเหลือก ขึ้นแท็กซี่แล้วบอกพี่คนขับเหยียบตีนผี โชคดีวันนั้นถนนว่าง วิ่งสิบห้านาทีก็ถึงหัวลำโพง
อารามดีใจว่าไม่ตกรถไฟแล้วตู กะจะหยิบโทรศัพท์ไปเมาท์กับจูนซักหน่อย ก็พอดีเพิ่งสังเกตว่ามี missed call มารออยู่แล้ว ก็เลยต่อโทรศัพท์กลับไป
จูน: ชมภู่ แกอยู่ไหนแล้วววว
เรา: นี่ไง..เพิ่งมาถึงหัวลำโพงแก เกือบตกรถไฟแล้ว 555 (หัวเราะผ่านสายร่าเริงสุด
ฤทธิ์)
จูน: เฮ้ย…แล้วแกจะมายังไง เค้าปิดสถานีอยู่ตอนนี้ รู้มั้ยเนี่ย
เรา: ใครปิดอะไร ยังไง…ชั้นไม่ได้ดูข่าว ไม่รู้เรื่องอะไรเลยแก
จูน: ก็พวกเสื้อแดงอ่ะ เนี่ยเอารถเมล์มาปิดตรงยมราช รถไฟออกไม่ได้ตั้งกะตอนสี่โมง
แล้ว !!!
อ้าววววววว ชิบ…..หายแล้วตรู มาปิดอะไรกันตอนนี้ค้าบบบบบบบบบบบ แล้วทำไงดีล่ะเนี่ย !!!
ถึงว่า…คนเต็มหัวลำโพงเลย ตอนมาซื้อตั๋วยังว่างกระจ๋องกระแจ๋ง
ไปถามพนักงานที่ตอนนี้ทำหน้าปวดกบาลเต็มทน
“ตอนนี้ยังไม่ทราบสถานการณ์ค่ะ ขบวนเรายังไม่มีข้อมูลเลย เพราะรถตอนนี้เข้าที่หัวลำโพงไม่ได้ แต่ถ้าขบวนไปสุราษฎร์ยังไปขึ้นที่บางซื่อได้ค่ะ”
แต่ช้าก่อน ขบวนไปสุราษฎ์เต็มค่ะ ถ้ายังไงคืนตั๋วซะวันนี้ จะได้เต็มราคานะคะ แล้วพรุ่งนี้ค่อยว่ากัน
เอาไงดีฟระ…คืนตั๋ววันนี้ แล้วรอวัดดวงพรุ่งนี้ หรือจะไปขึ้นรถทัวร์ดี แต่สถานการณ์ตอนนั้น ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เห็นว่าเจรจากันมาหลายชั่วโมงแล้ว เค้าจะปิดสถานีไปอีกนานมั้ย แล้วเกิดเค้าตามไปปิดถนนหรือรถทัวร์ด้วยล่ะ จะทำไง…รึจะบินไป..โหย…แพง….
นั่งก่อนๆ แบกเป้ใบเท่าควายมา จะให้กลับลำกันซะเฉยๆ ก็ดูจะง่ายไป เรามองไปรอบๆ ตอนนี้คนนั่งรอเต็มเลย คนแก่เอย ลูกเด็กเล็กแดงเอย ฝรั่งก็มี บางคนนั่งอดทนมาตั้งกะห้าโมง นี่จะเที่ยงคืนละ … อ่ะ วัดใจกันหน่อย
ผุดลุกผุดนั่งอยู่ได้ครึ่งชั่วโมง ง่วงก็ง่วง แถมยังมีเสียงประกาศผ่านลำโพงมาเป็นระยะๆ
“เนื่องจากขณะนี้ มีกลุ่มบุคคล เข้าทำการปิดทางรถไฟบริเวณแยกด่วนยมราช ทำให้รถไฟไม่สามารถเคลื่อนเข้า-ออกสถานีหัวลำโพงได้ ทางการรถไฟอยู่ในขั้นตอนการเจรจาเพื่อขอเปิดทาง หากผู้โดยสารท่านใดไม่ต้องการเดินทางต่อ สามารถคืนตั๋วโดยสารได้เต็มราคาที่ช่องซื้อตั๋วทุกช่อง……”
เฮ้อออ..ไม่รอแล้วโว้ย…กลับดีกว่า…นานๆ ได้ขึ้นรถไฟกับเค้าซักที มาปิดอะไรกันตอนนี้ ฟระ … ยืนเข้าคิว รอคืนตั๋วไปก็คุยกับจูนไปพลาง
….แกๆ พวกนักข่าวมากันแล้วว่ะ ชั้นไปโวยวายออกหน้ากล้องเลยดีมั้ย
….เออ แกเอาดิ ได้ออกทีวีถ่ายทอดสดทั่วประเทศแน่
ยังไม่ทันได้โวยวาย เหลือคิวสุดท้ายจะได้คืนตั๋วแล้ว ก็พอดีมีเสียงประกาศออกลำโพง บอกรายชื่อขบวนรถที่สามารถไปขึ้นได้ที่สถานีบางซื่อ…
ลิสท์ยาวเหยียดหลายขบวนมาก รถด่วนนครพิงค์ กรุงเทพ-เชียงใหม่ รถไปอุบล รถไปอุดร
ลุ้นค่ะลุ้น จะมีขบวนเรามั้ยนี่…
“……ขบวนที่ 41 ปลายทางสุราษฎ์ และชุมทางหาดใหญ่ ….ขบวนที่ 52…”
กรี๊ดดดดดด…ไม่รอฟังจนจบแล้วค่ะ กระโดดผลุงออกไปนอกแถว วิ่งตื๋อไปถามเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ขบวน 41 แน่นะค้าา แล้วเค้าจะรอถึงกี่โมงคะ
ไปเลยครับ ไปตอนนี้เลย รถรออยู่ครับ ขึ้นใต้ดินไปเลยนะ
ไปค่ะไป มือนึงคว้าเป้ อีกมือต่อสายถึงจูน รายงานความคืบหน้า
ไม่ใช่แค่เราคนเดียว ผู้โดยสารคนอื่นๆ พอได้ยินเสียงประกาศก็วิ่งตามกันมาเป็นพรวน
ถึงทางเข้ารถใต้ดินตรงที่มีประตูเซ็นเซอร์ น้องยามหน้าซื่อถลาเข้ามา
“ขอตรวจกระเป๋าด้วยครับ”
“โิอยยย…ไม่ทันแล้วค่ะ กำลังรีบ ไม่ตรวจได้มั้ย !!! เรากึ่งตะโกน กึ่งแยกเขี้ยวใส่น้องยาม ขายังใส่เกียร์ห้า ไม่หยุด ไม่เปิดอะไรทั้งนั้น ผู้โดยสารคนอื่นเห็นดังนั้นก็วิ่งตาม เลยไม่มีใครหยุดให้ตรวจเลยซักคน ขำก็ขำสงสารก็สงสาร แต่จะมาตรวจอะไรกันตอนนี้คะน้องขา จะตกรถอยู่แร้ววววววววว แถมกระเป๋าพี่มันมีสารพัดล็อค กว่าจะไขกุญแจมาให้น้องเอาไฟส่องๆ พองาม ก็พอดีไม่ทันรถใต้ดิน !!! –“-
————————————————————>
เดี๋ยวนะ เดี๋ยวมาต่อ
แปะไว้อีกแระ แหะ แหะ
แต่แบบว่า่อยากลองพาโน…อิอิ
รูป : ตอนเหนือของปากีสถาน ฮุนซ่าวัลเล่ย์

อีกมุมหนึ่งเด๋อ

ยัง…ยังไม่หมด อันนี้ก็ยังอยู่ที่ Passu

มุมเดิม แต่ขอซูมๆๆ ^^

เดี๋ยวมาต่อเด้ออ..ไปกินข้าวก่อน…
มาละๆ…อันข้างบนนู้น ประดิดประดอยต่อเอง..ส่วนอันข้างล่างนี้ ใช้ autostitch ต่อเอา ง่ายดี เร็วด้วย อิอิอิ ^^
อันนี้ ไปเดินเล่นแล้วก็เลยถ่ายเก็บไว้ ฟ้าสวยดี แต่เขางี้ขาวโพลนเชียววว

ส่วนอันนี้มุมเดียวกันอีกแล้ว…แต่แอบยกให้ Lady Finger เป็นนางเอก….หาไม่เจอเหรอ..นั่นไง ก้อยน้อยกรีดซะคมกริบอยู่ตรงกลางนั่น…น่านนแหละ Lady Finger ล่ะ

อะ…รูปสุดท้ายของชุดนี้…หมู่บ้านน้อยกลางหุบเขา…หลังวันหิมะตกตก…ฟ้าหนาวเชียววววววว

ไปนอนแล้วจ้าาา ^^
29 มีนาคม 2009
ตอนนี้ตีสามค่ะ..ดิชั้นยังนั่งเล่นเน็ทอย่างเมามันด้วยไวไฟฟรีแห่ง เกสเฮาส์ ณ เมืองเชียงใหม่…ชีวิตเป็นเช่นนี้มาได้หลายวันแล้ว ตื่นเช้ามา เข้าเน็ทเล่นทั้งวันจนแดดรอน ออกไปกินข้าวประทังท้อง วันไหนโชคดีก็ออกไปถ่ายรูปนิดหน่อย กินข้าวเย็นเสร็จ เดินย่อยรับลมอีกนิด กลับมาที่ห้องก็เล่นไม่ลืมหูลืมตา กว่าจะเข้านอนก็โน่นนน…พ่อไก่ขัน แม่ไก่ออกไข่เรียบร้อยแล้ว…
ปล่าวค่ะ…ที่พูดๆ มาเนี่ย..ไม่ได้จะมาประจานตัวเองว่าเป็นคนไม่มีงานทำ (ถึงมันจะเป็นความจริงก็เหอะ 555) แต่จะมาเมาท์ถึงเจ้าพวกบล็อกและเว็บไซท์ออนไลน์ประดามี ที่มีให้บริการกันฟรีๆ ในปัจจุบันนี้ .โดยเฉพาะเจ้าพวก social website นี่แหละตัวดี.. จะเป็น hi5 , facebook, multiply, tag, twitter, หรือ บล็อกออนไลน์ อย่าง wordpress, live space, exteen…and on and on and on…สารพัดเจ้าที่ทำให้เราเล่นจนติดกันงอมแงม ![]()
คือมีมากมายให้เลือกหลายอย่างน่ะมันก็ดี…แต่อีปัญหามันดันอยู่ตรงที่ว่า..คนๆ นึง ดันมีซะหลายอย่าง…ไม่ต้องมองอื่นไกล..อิฮั้นนี่แหละฮ่ะ…มีหมดทุกอย่างที่กล่าวถึงมาข้างต้น
คือเราก็มีเพื่อนหลายกลุ่มใช่มั้ย..บางคนก็เล่น hi5 โดยเฉพาะถ้าเป็นเพื่อนคนไทย…แต่พอมาถึงเพื่อนต่างชาติ บรรดาฮีแอนด์ชี ก็ใช้ facebook วันดีคืนดีก็มีแมวมา alert ให้ตอบรับ Tagged…ส่วน livespace อันนี้มันก็มีมาแต่ดั้งเดิมเพราะใช้ hotmail …ทีนี้ พอจะเริ่มเขียนบล็อกก็พอดีพี่แมคมาแนะนำ wordpress … แถมในขณะเดียวกันก็เริ่มโพสรูปลง multiply อยู่เนืองๆ เพราะเนื่องที่โพสฟรีใน flickr เต็มแล้ว!!!
ยิ่งไปกว่านั้นค่ะ..หลังๆ มานี้ บริการฟรีเว็บไซท์กลายเป็นที่นิยมอย่างรวดเร็ว เรียกว่าใครๆ ก็มีไซท์เป็นของตัวเองล่ะ จากหนึ่งเป็นสอง จากสองเป็นสี่

สนุกล่ะเออ..คราวนี้ไม่แยกไทยแยกเทศแล้ว..
แถมเพื่อนคนเดียวกันดันมีหลายๆ ไซท์เหมือนกันอีก…..
ไงล่ะทีนี้.. จะอัพเดทข่าวสารกันทั้งที
ก็ต้องไล่อัพไล่ดูกันมันทุกไซท์..
ทำไมนะ รูปงานหมั้นสหายมัธยมใน hi5 แต่เพื่อนรักมหาลัยต้อง facebook ใช่มั้ย น้องคนนี้มี livespace พี่คนโน้นใช้มัลติพลาย ..แกๆ ทำไมเดี๋ยวนี้ไม่มาอัพรูปขึ้นเลย… ก็ใน multiply ไงล่ะ..เฮ่ย..อันนั้นชั้นไม่ใช่สมาชิก เมนท์ไม่ได้!!!!
ความที่หายไปนาน จะ facebook, hi5, multiply, wordpressก็ร้างจนหมาหอน..
ทีนี้กลับมาเลยฟิตใหญ่..
ตอนแรกก็สนุกอยู่หรอก เขียนบล็อกในนี้ อัพรูปในโน้น..ไปๆ มาๆ เอ๊ะ..เออ..ที่นี่ก็มีบล็อกเนาะ..
เอามาเขียนไว้ที่นี่ด้วยดีกว่า..
เออ..ถ้าใส่รูปในนี้ เพื่อนคนโน้นก็ไม่เห็น…
ต้องไปแปะไว้โน่นด้วย…ตายละวา คราวนี้เลยมั่วไปกันใหญ่เลย…
ปวดหัวค่ะปวดหัว…คือที่นอนๆ ดึกอยู่ทุกวันนี้เนี่ย ก็เพราะต้องมานั่งอัพบล็อกพวกนี่ล่ะ…แล้วอัพแต่ละที เสียเวลาไม่ใช่น้อย วันไหนคึกๆ อยากเปลี่ยนหน้าตาไซท์ขึ้นมา ก็มานั่งเปลี่ยนสกิน เปลี่ยนสี … เลือกแล้วเปลี่ยน เปลี่ยนแล้วเลือก…นั่งกันได้เป็นวันๆ ค่ะ ขอบอก!!! บ่นมาทั้งหมด มิใช่จะโทษใคร…ก็รู้อยู่เต็มอกว่าหลงเองติดเองทั้งนั้น
ปีที่แล้วเอาโน้ตบุ๊คเครื่องเก่าไปให้พ่อใช้ ดีใจที่เห็นพ่อเริ่มเล่นคอมพิวเตอร์ ใช้เมาส์คลิกโน่นคลิกนี่ เริ่มเรียนรู้เรื่องเปิดโปรแกรม ดูหนังฟังเพลงเอาเมื่อตอนอายุเลยห้าสิบ ในขณะที่เด็กสมัยนี้เปิดเครื่องเอง เล่นเกมออนไลน์เองได้ตั้งกะอายุห้าขวบ!!
หายไปตะลอนเที่ยวหลายเดือนอยู่ กลับมาบ้านอีกที คุณพ่อดิชั้นแอดวานซ์ถึงขั้นติดเน็ท เดี๋ยวนี้มีการขึ้นไปเล่นเน็ทในห้องลูกชาย (แบบว่า adsl มันเร็ว) โหลดเพลงมั่ง โหลดรูปมั่ง (น้องอิชั้นแอบเมาท์ว่า โหลดไวรัสติดมากระจาย ทำเอาเจ้าของเครื่องขวัญกระเจิง) ![]()
ฝ่ายคุณแม่ดิชั้นเก๋กว่าค่ะ จำได้ว่าครั้งโน้นนนที่ไปกินข้าวที่บ้าน แม่ยังไม่เคยแตะต้องคอมพิวเตอร์ กลับมาคราวนี้ พ่อเป็นฝ่ายเมาท์ว่า เดี๋ยวนี้แม่ต้องเล่นโซลิแตร์ให้ชนะก่อน ไม่งั้นนอนไม่ได้ บางทีก็ทำเอาแม่อยู่ยาวจนดึกดื่นตีหนึ่งตีสอง เพราะเล่นไงก็ไม่ชนะซักที!!!
นะ…ก็ติดกันทั่วถ้วนหน้า..มากบ้างน้อยบ้าง..นี่กะว่าอีกหน่อยจะให้พ่อเล่นมัลติพลายละ จะได้มาเมนท์เราบ้าง…เอ รึจะเอา hi5 ดีล่ะ สาวๆ เยอะดี พ่อชอบ!!! ^^
ตีห้าแล้วว เหวอออ..ไปนอนละเด้ออออ!!!!