ก้าวให้ช้าลง กินให้มากขึ้น

ลงเรือท่าผ่านฟ้า ผ่านหน้าลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์
ถึงจะเป็นมนุษย์เงินเดือนที่ชักหน้าไม่เคยจะถึงหลัง แต่เรื่องกิน เรื่องเที่ยว ก็ดูจะเป็นหนึ่งในสรณะที่ตัดยังไงก็ไม่ขาดในพจนานุกรมของเรา ว่างเว้นจาการก้มหน้าก้มตาทำงาน เมื่อไร การได้ไปเปิดหูเปิดตาในที่ใหม่ๆ (ของเรา แต่อาจจะเก่าของคนอื่น) กินอะไรดีๆ (แต่ไม่จำเป็นต้องแพง) ก็ถือได้ว่าเป็นกำไรกับชีวิตแล้ว

…แวะไปช็อปที่ข้าวสารก่อน…
เมื่อคืนได้ไปเจอเพื่อนที่ข้าวสาร ว่าแล้วก็ขอเขียนถึงร้านอาหารเจ้าประจำหนึ่งในดวงใจเราซะหน่อย ร้านนี้ถ้าให้จัดอันดับก็น่าจะติดโผหนึ่งในห้า เป็นเวทีประกวดก็ต้องได้รางวัลนางงามมิตรภาพ หรือขวัญใจช่างภาพเป็นอย่างน้อย ค่าที่ว่าเป็นร้านที่เรามีสถิติการไปถี่มากถึงมากที่สุด อย่างกับโบกมอไซค์วินไปหน้าปากซอยถึง

พระนครบาร์…
ชื่อเสียงเรียงนามไพเราะเพราะพริ้ง ดูเป็นผู้ดีมีชาติตระกูลมาตั้งแต่ครั้งกรุงเก่า
แต่เราเรียกเองเออเองว่าเป็น “ร้านรับแขกบ้านแขกเมือง” เพราะเป็นร้านที่เราชอบพาเพื่อนฝรั่งหรือเกสท์ชาวต่างชาติไปกินอยู่เป็นประจำ แต่หลังๆ นี่ ไปถี่มากจนจะได้อีกฉายาหนึ่งว่า “ร้านสิ้นคิด” อยู่แล้ว
พระนครบาร์ เ็ป็นร้านอาหารที่ตั้งอยู่บนตึกแถวสี่ชั้น อยู่ห่างจากถนนข้าวสาร แค่ปลายจมูก แต่เชื่อมั้ยว่าแบ็คแพ็คเกอร์ที่เดินแถวนั้นจนทะลุก็ยังมีน้อยคนนักจะรู้จัก เพราะดูจากภายนอกก็ไม่ค่อยจะเหมือนร้านอาหารซักเท่าไร วิธีไปก็ง่ายมากๆ จากถนนข้าวสารฝั่งเบอร์เกอร์คิง ข้ามถนนราชดำเนิน (หลายสิบเลน) มา แล้วก็เเดินไปทางขวา (ทางที่มุ่งหน้าไปวัดพระแก้ว) แต่อย่าเดินไกลไป ข้ามถนนมาเสร็จก็เดินต่อมาเรื่อย ซอยแรกทางซ้ายมือก็ถึงแล้ว เดินเข้าไปพอกินน้ำได้สองอึก ก็จะเจอตึกแถวอยู่ต่อหน้าต่อตา เงยหน้ามองข้างบนถ้าเห็นไฟเปิดอยู่ชั้นดาดฟ้าล่ะก็ใช่เลย

หน้าร้าน..เจอตึกนี้แสดงว่าใช่แล้ว
คะแนนความกิ๊บเก๋ของร้านนี้ต้องยกให้บรรยากาศ และการตกแต่งร้าน แบบเรโทรหน่อยๆ ประมาณไฟสลัว เบาะหนัง และเก้าอี้ไม้ (อ่านแล้วจะเข้าใจมั้ยเนี่ย) สรุปรวมๆ ว่าเป็นร้านสไตล์ชิลๆ ที่เหมาะแก่การไปนั่งกินข้าวกับเพื่อน ในแต่ละชั้นก็จะตกแต่งแตกต่างกันไป
เดินเข้าไป ชั้นแรก ก็นั่งได้ ถ้าเห็นคนว่างๆ ไม่ต้องเหวอ จงทำหน้ามั่นใจเดินขึ้นบันไดไปเรื่อยๆ
ชั้น 2 จะเป็นห้องครัวกับ แกลเลอรี่แสดงงานต่างๆ ตามแต่โอกาส แต่ไฟแอบสว่างไปนิด นั่งๆ ไปเดี๋ยวคนข้างๆ เห็นสิว
ชั้น 3 เป็นร้านอาหารลักษณะคล้ายๆ ผับ มีบาร์เครื่องดื่ม มีโต๊ะพูล บรรยากาศน่านั่งดื่มไวน์ (ใช่ๆ ที่นี่มีไวน์ขายด้วย)

ชั้น 3…ข้างโต๊ะพูล

อีกหนึ่งมุมเก๋ที่ชั้น 3
ยัง..ยังไม่หมด… หลังจากเดินไต่บันไดเวียนขึ้นมา 3 ชั้นให้เกสท์งงชะตาชีวิตเล่นๆ แล้ว ไฮไลท์เด็ดสุดของการมาที่นี่ คือเซอร์ไพรส์เมื่อเดินขึ้นไปถึงชั้นบนสุด
ชั้นที่ 4 ร้านอาหารสไตล์ rooftop กับบรรยากาศชิลกว่านี้มีอีกมั้ย

…เก้าอี้ไม้ทาสีขาว (ของจริงไม่ได้สว่างเวอร์เป็นนางเอกลิเกอย่างงี้นะคะ อันนี้แฟลชมันพาไป)…

แสงวับแวมจากตะเกียงเจ้าพายุ
ไกลออกไปเห็นวิววัดภูเขาทอง อร่ามตัดกับม่านท้องฟ้าไร้ดาว ลมพัดมาเย็นๆ กับเพลงเพราะๆ ฟังสบาย เปิดได้เรื่อยๆ ตั้งกะ Music & Lyrics บาแบล จิแบร์โต้ แจ๊ส อะคลูสติค ไปยัน แฟรงค์ ซินาตร้า วันดีคืนดีมีจุดพลุที่สนามหลวง นั่งอยู่บนนั้นก็เห็นด้วยนะ ตระการตาไปอีกแบบ

วิวจากชั้น rooftop ที่เห็นไกลๆ เบลอๆ คือภูเขาทอง
บรรยากาศได้ใจ รสชาติอาหารก็ไม่น้อยหน้า นอกจากอาหารไทยหลากหลายเมนู แล้วก็มีสปาเก็ตตี้มั่ง แซนด์วิชมั่ง สเต็คมั่งตามเรื่องตามราว อาหารสามัญที่เราชอบสั่งเวลาพาเพื่อนฝรั่งไป คือ แกงส้มไข่ชะอมทอด (ให้รู้จักซะมั่งว่าอาหารไทยไม่ได้มีแค่ต้มยำกุ้งนะเฟ้ย) เพราะฝีมือการปรุงเรียกได้ว่ากลมกล่อมเลยทีเดียว ไม่มีแหลมเปรี้ยว แหลมเผ็ดออกมาอย่างบางร้าน เมนูอาหารไทยอื่นๆ ก็รสชาติดี เรียกว่าพาใครไปไม่เคยผิดหวัง (เอ..หรือเพื่อนฝรั่งชั้นมันตอแหล) ที่เคยๆ สั่ง ก็มี
แกงเผ็ดเป็ดย่าง
เห็ดหอมทอด
ยำซี่โครงเนื้อ
ข้อไก่ทอด
หมูแดดเดียว (555..อาหารสามัญจริงๆ)
ไข่เจียวยัดไส้
เขียวหวานเต้าหู้
ฯลฯ

เมนูวันนั้นที่เอากล้องไป…แกงเผ็ดเป็ดย่าง กุ้งแช่น้ำปลา และปลาดุกฟูผัดพริกขิง

บรรยากาศจริงแบบไม่ใช้แฟลช เบลอๆ งงๆ
เหนือสิ่งอื่นใด..เราว่าร้านนี้อารมณ์น่าร่ำสุราเป็นที่สุด จากประสบการณ์เราแล้ว น่าจะเป็นหนึ่งในบรรดาสถานที่ที่กินแสงโสมแล้วอร่อยที่สุด…. ก็เพราะบรรยากาศบ้านๆ ลมเย็นๆ ตะเกียงสลัวๆ เพลงนุ่มๆ ดื่มไป คุยไป แป๊บเดียวก็ตีหนึ่ง ร้านเลิกแล้ว

บาร์เครื่องดื่ม กับบูทดีเจ
ถ้าชอบอะไรชิลๆ ..หรืออยากหลบลี้หนีความวุ่นวาย จากถนนข้าวสาร ลองไปที่นี่ดู ชั้น rooftop วันศุกร์ เสาร์ จะเต็มเร็ว เพราะมีที่นั่งอยู่ไม่กี่โต๊ะ ใครสนใจอยากไป หรือกลัวหาร้านไม่เจอ จะโทรไปจองก่อนก็ได้ที่
02-6220282 …อันนี้ดิชั้นมิได้ค่าคอมแต่อย่างใดอีกนะเจ้าคะ
กวีท่านว่า…อดข้าวดอกนะเจ้าชีวาวาย แต่ไม่ตายเพราะอดสเน่หา…แต่ถ้าได้เกี่ยวก้อยคนรู้ใจ ไปกินข้าว ก๊งเหล้า ดูดาว ในร้านเย็นๆ แบบนี้ นอกจากจะอิ่มข้าวแล้ว ยังได้อิ่มอก อิ่มใจ ฮืมมมมมมมมม…สุขใดจะหาไหนมี!!!
อาหารติดเรท
บรรยากาศ 9 เต็ม 10
รสชาติ 8 เต็ม 10
บริการ 7 เต็ม 10
ราคา ไม่แพงมาก แต่ก็ไม่ถูกจนตกใจว่าใส่อะไรให้ชั้นกิน ราคาเฉลี่ย ประมาณ 80-100 บาท ต่อจาน
เพื่อนร่วมร้าน วัยทำงานต้นๆ ส่วนมากเป็นคนไทย มีฝรั่งประปราย แอบฮิปเล็กๆ ขาเหล้า ขาเมาท์ไม่ควรพลาด



มกราคม 7, 2009 ที่ 10:36 am
ในเรื่อง happy birthday ใช่ร้านพระนครป๊ะ…..เอ….เราว่าใช่แน่ๆๆ
ตุลาคม 23, 2008 ที่ 6:01 am
…อยากไปบ้างจัง…ดีนะที่มีพี่แนะนำให้รู้จัก…
..บรรยากาศดีจัง..อาหารน่าทาน…
…โดยเฉพาะกุ้งแช่น้ำปลา…..อยากกินนนนนนนนนนนนนน……
ตุลาคม 2, 2008 ที่ 8:59 pm
เดี๋ยวนี้ที่พระนครมีเปิดเพลงไทยด้วยนะคับ
กันยายน 26, 2008 ที่ 5:54 am
คุณ kimmy เราไปมาล่าสุดแล้วล่ะ ดาดฟ้าเค้าใหญ่บึ้มจริงด้วย แถมตอนนี้มีหลังคาเป็นผ้ากันฝน จะตกหนักพายุกระหน่ำก็ยังนั่งกินได้ แสดงว่าของเค้าดีจริง เอิ๊กๆๆ
^^
สิงหาคม 12, 2008 ที่ 8:36 am
คอกเทลที่พระนคร สุดยอด จาเข้มปายหนาย มาวแว้ว
พฤษภาคม 24, 2008 ที่ 7:03 am
ตอนนี้เค้าขยายดาดฟ้าใหญ่บึ้ม! สวยมากๆ ไปด่วน!!
กุมภาพันธ์ 26, 2008 ที่ 3:01 pm
ชอบๆ วันนั้นไปชั้น 3
มีดีเจเปิดเพลง แนว brit pop, alter 90’s
เพราะมากๆค่ะ น่ารักด้วย 555+
วันไหนไม่แน่ใจ น่าจะเปนศุกร์ เสาร์เนี่ยค่ะ
กรกฎาคม 23, 2007 ที่ 6:54 am
ไอเดียคุณ kicapu น่าสนใจนะคะ..รอให้โรงงานมาม่า เค้าแจกโปรโมชั่นกินฟรีตลอดชีพ..มันคงสบายกันตลอด ฮ่าๆ..ว่าแต่หาย งง งง กับชีวิตหรือยังค่ะ
สู้ สู้ นะคะ..