นมัสเตเนปาล..ค้นหาจิตวิญญาณที่ขาดหาย

แบกเป้สะพายบ่า

เบิกทวารเนปาล

23 ธ.ค. 49 – 5 ม.ค. 2550 … ช่วงหยุดต่อปีใหม่ที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปเที่ยว เนปาล
ก็ถือเป็นทริปปฐมฤกษ์ของเราในการแบกเป้ออกเที่ยวคนเดียวนอกเขตแดนไทยเลยทีเดียว

เคยได้ยินคำกล่าวสุดคลาสสิคมานานแล้วว่า บางครั้ง…การได้อยู่คนเดียว ไปไหนคนเดียว ก็ทำให้เราได้รู้จักและเรียนรู้ตัวเองมากขึ้น…ฟังดูดีจัง…แต่เปล่าเลย… หะแรกเนี่ยไม่ได้ตั้งใจไปคนเดียวเพื่อค้นหาตัวตนอะไรที่ว่านั่นหรอก แต่ให้ตายเถอะ… หนุ่มๆ ในสต็อคที่เคยมีก็หลุดมือไปหมดแล้ว เพื่อนๆ มนุษย์เงินเดือนด้วยกันก็ไม่มีใครหยุดงานได้ยาวโยกขนาดเรา
แถมพี่ที่ออฟฟิศที่เคยไปเที่ยวแบกเป้ที่เนปาลมาปีที่แล้วยังบอกอีกว่า โอ๊ยย..เนปาลไปง่ายๆ ชิลๆ


แบกเป้ไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่เหงาใจกับการกินข้าวคนเดียวนี่มันเซ็งไม่ใช่เล่น แต่ในเมื่ออยากไปเสียเหลือเกิน
หญิงไทยใจกล้า หน้าตาเป็นอาวุธ ที่มีความถึกเป็นสรณะอย่างเราก็…เอาล่ะฮ่ะ เป็นไงเป็นกัน!!!


พอรู้ว่าเราจะไปเนปาล น้องชายสุดเลิฟก็ฮุคประโยคเด็ด…


“ แล้วอย่าลืมซื้อช็อคโกแล็ตมาฝากนะ” !@! เอิ่ม..น้องคะ พี่ชมภู่ไม่ได้ไปยุโรปนะคะ
“ งั้นเอาน้ำมันมาฝากก็ได้ ช่วงนี้ราคาแพง” … ฮ่วย … ตูไม่ได้ไปตะวันออกกลางนะเฟ้ยยย…!!


ตอบคำถามสำหรับคนที่กำลังงงกับชีวิตเหมือนน้องชายเรา ซึ่งน่าจะตกวิชาภูมิศาสตร์โลกอย่างรุนแรง


เนปาล เป็นประเทศหนึ่งในอ้อมกอดของเทือกเขาหิมาลัย ในทวีปเอเชียใต้ พูดง่ายๆ ตามประสาคนที่เชี่ยวชาญแผนที่น้อยถึงน้อยที่สุดอย่างเรา คือ ถ้าเอาแผนที่โลกมากางแล้วมองหาบริเวณประเทศอินเดีย จะเจอประเทศเนปาล หน้าตาคล้ายเส้นเฟตูชินี แผ่เป็นแผ่นแบนๆ ยาวๆ แปะอยู่ทางแนวขวางระหว่างอินเดียกับจีน มีพรมแดนติดกับทิเบต ทางทิศเหนือ มองไปทางขวามือของเนปาลอีกนิดก็เป็น ภูฏาน ละ (แต่ไม่ติดกันนะ มีรัฐสิกขิมของอินเดียมากั้นไว้) ที่เหลือทางทิศตะวันตกกะทิศใต้ก็ล้อมด้วยอินเดีย ยักษ์ใหญ่เก๋าโจ๋ของทวีปนี้อีกเช่นกัน


แต่ไหนแต่ไรมา เวลาเราไปเที่ยว ไม่เคยมีแพลนอะไรทั้งสิ้น…
แต่มาครั้งนี้ ริจะไปเที่ยวคนเดียว อันดับแรกก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อม…

2 เดือนก่อนเดินทาง เราเริ่มใช้เวลางานหาข้อมูลการเดินทางอย่างเอาเป็นเอาตาย ทั้งจาก search engine ประดามีทั่วไป แล้วก็เว็บไซท์มีพระคุณอย่าง http://www.trekkingthai.com ในหน้า สะพายเป้ท่องโลก ที่มีผู้มีประสบการณ์ไปโพสข้อมูลให้คำแนะนำไว้เพียบ แถมไม่โพสเปล่า ยังมีการลงรูปสวยๆ ไว้ยั่วน้ำลายคนอยากไปเล่นๆ ซะอีกด้วย


แล้วไม่รู้เป็นไง พอเริ่มเปิดเว็บไซต์เนปาลขึ้นมาทีไร จำต้องมีเหตุให้จีเอ็ม เดินมาแวะแถวๆ โต๊ะทำงานที่นั่งอยู่ได้ทุกทีไป หลังๆ เราก็เลยเริ่มปล่อยเลยตามเลย ยังไงเสียตำแหน่งพนักงานดีเด่นก็คงไม่ตกมาถึงท้องเรา อิอิ


อันว่าการเดินทางไปเนปาลง่ายดายแสนสะดวก เหิรฟ้าไปใช้เวลาแค่ 3 ชั่วโมง พอๆ กับบินไปเที่ยวสิงค์โปร์ยังไงยังงั้น


ด้วยความอยากได้ของถูก เราเริ่มควานหาตั๋วเครื่องบินไว้ตั้งกะเนิ่นๆ


พอสบช่อง เราก็ไปไกลถึงโน่น…ถนนข้าวสาร แหล่งรวมเอเยนต์ท่องเที่ยวสำหรับนักเดินทางแบกเป้อย่างเรา


ที่ไหนได้ เนิ่นๆ ของเรา กลับนานเกินไปสำหรับการจองตั๋วถูกสุดในช่วงเวลาที่อยากไปในเดือนธันวา


สนนราคาค่าตั๋วไป-กลับ ณ เดือน ตุลาคม 2549…
สายการบิน รอยัล เนปาล แอร์ไลน์ ซึ่งว่ากันว่าถูกที่สุด รวมสิ้นแล้วซึ่งภาษีทุกสิ่งอย่าง (ยกเว้น airport tax ที่ยังคงต้องจ่ายที่สุวรรณภูมิ) คือ 15,600 บาทไทย !!!!


เราเริ่มหน้าเหวอ…เฮ่ยจริงดิ บิน 3 ชั่วโมงเนี่ยนะ ไหงตั๋วแพงงี้ฟะ แล้วโบนัสตูจะพอไปเที่ยวมั้ยเนี่ยยย !#W%@


พอเรากัดฟันออกปากจองตั๋วไป … ปรากฎว่าตั๋วเต็ม!! อะไรนะ!?! โหย อะไรมันจะฮอทฮิตขนาดนั้น นี่เล่นเต็มยาวกันนานเป็นสองเดือนเชียวรึ ….


พี่คนขายเห็นอาการเรา เลยใจดีแนะนำ ยังมีอีกสายการบินให้เลือก ก็คือการบินไทย รักคุณเท่าฟ้า
แต่ด้วยสนนราคาที่แพงกว่ากันเกือบห้าพันบาท เราเลยส่ายหัวด๊อกแด๊ก… พี่ค้า หนูนั่งหน้าสวยตอนขาไป แต่มันจะไม่มีเงินเหลือให้ใช้ตอนอยู่ที่โน่นนะค้าาา


พี่คนขายหัวเราะแกมสมเพช ก่อนช่วยเหลือสุดฤทธิ์ “เออ นี่ๆ มีบังคลาเทศแอร์ไลน์ เอามั้ยล่ะ ถูกกว่านิดหน่อย.. แต่ต้องไปนอนที่ดักกาคืนนึงนะ “


เราเริ่มทำหน้าตาสนใจ ของถูกมาแล้นนน…


ยังไม่ทันได้ว่าอะไร พี่อีกคนนึงในร้านรีบหันมาบอก .. โอ๊ยยยย น้องขา อย่าไปเลยค่าา เดี๋ยวมันตัดหางปล่อยวัดทิ้งเรากลางทาง แล้วไปพักอะไรยังไงก็ไม่รู้ อย่าเสี่ยงค่ะหนู อย่าเสี่ยง…
ไม่พูดปล่าว พี่สาวยังหันไปชี้ให้ดูข่าวกบฎการเมือง ประท้วงกลางกรุงที่ออกอากาศทางทีวีพอดิบพอดี๊ ยังกะมีคนปล่อยคิว


กลับมาจากข้าวสารมือเปล่า เราเริ่มหันหน้าเข้าพระ เอ๊ย อินเตอร์เน็ท (ก็น่าจะเข้าข่ายเป็นพระเรานะ เพราะมันมีทุกอย่างที่อยากหาจริงๆ จนแทบจะเอาธูปมากราบบูชาอยู่แล้ว)


พี่ผึ้ง Beebah พี่สาวนักแบกเป้ตัวจริงที่เราแอบปลื้มมานาน จับพลัดจับผลูได้มาคุยกันบนเอ็ม ก็แนะนำให้ลองเช็คตั๋วที่ OK Agency ดู ใครกำลงัหาตั๋วอยู่ ลองติดต่อที่นี่ได้ ไม่รู้ว่าถูกกว่ารึเปล่านะ แต่พี่เค้าช่วยตามตั๋วดีมาก


สุดท้ายเราก็ได้ตั๋วจากที่นี่แหละ รอจนสุดๆ แล้ว ก็สรุปว่าบินการบินไทย เพราะวันเวลาเดินทางลงตัวที่สุด ค่าตั๋วไป-กลับก็ตก 20,000 บาท ค่ะ


ต้องทำวีซ่ามั้ย ???


ประเทศเนปาล อ้าแขนรับนักท่องเที่ยวไม่แพ้บ้านเรา ก่อนไปเนปาล เราจะเลือกไปยื่นขอวีซ่าเข้าประเทศ ที่สถานทูตเนปาลในกรุงเทพ หรือจะรอไปยื่น Visa on arrival ที่ต.ม. ที่โน่นเลยก็ได้ ตามประสาคนซุ่มซ่ามอย่างเรา ขอเลือกไปทำเอาไว้ก่อนดีกว่า เพื่อความสบายใจ


สถานทูตเนปาล ประจำประเทศไทย ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 71 ถ้าจะเดินเข้าไปจากปากซอย สถานทูตจะอยู่ทางซ้ายมือ แต่ก็เหนื่อยเอาการ ใครนั่งรถไฟฟ้าไปอย่างเรา ให้ลงตรงสถานีอ่อนนุช เดินลงบันไดมา จะเจอปากซอยสุขุมวิท 69 จากนั้นต่อมอเตอร์ไซค์รับจ้างเข้าไป บอกว่าไปสถานทูตเนปาล ค่ารถ 15 บาทค่ะ

สถานทูตเนปาล ประจำประเทศไทย
189 สุขุมวิท 71 พระโขนง กทม. 10110
โทร. 0-2390-2280, 0-2391-7240
เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับขอวีซ่า คือ รูปสวยของคุณขนาด 2 นิ้ว พาสปอร์ต และเงิน 30 $US หรือ 1,400 บาทไทย
ก่อนไปเราแอบอ่านเจอมาว่าถ้ายื่นไม่เกิน 2 คน จะจ่ายเป็นเงินยูเอสก็ได้ แต่พอวันไปทำจริงๆ เป็นช่วงที่ค่าเงินบาทแข็งมาก เจ้าหน้าที่เลยไม่รับเงินยูเอสค่า แหะๆ

เพราะไปคนเดียว การยื่นขอวีซ่าก็เลยง่ายและรวดเร็วยิ่งกว่าต่อแถวซื้อล็อตเตอรี่ตอนวันหวยออก
แค่กรอกแบบฟอร์ม ยื่นรูป จ่ายเงิน นั่งรอประมาณ 15 นาทีก็ได้ ประทับตราวีซ่ากลับบ้านแล้วอ้อ อย่าลืมว่า สถานทูตเปิดทำการเฉพาะช่วงเวลา 9.00 – 12.00 น.เพราะงั้นใครลางานช่วงบ่ายไปทำวีซ่า แสดงว่าจริงๆ แล้วไปสัมภาษณ์งานที่ใหม่แหมๆ อิอิ ^^nepal visa
ไปไหนมาบ้าง…???

เค้าว่าโลภมากนักมักลาภหาย… ทริปไร้สติของดิชั้น…โลภมาก ยากเหนื่อยกาย

ด้วยความเสียดายเวลาและค่าเครื่องบิน เราเลยตั้งใจว่าจะไปเที่ยวให้ครบทุกสิ่งอย่างที่ควรจะได้ยลได้ชม
เรียกว่าเตรียมลิสท์ไว้ยาวเป็นหางว่าว…

14 วัน 13 คืน ของการเดินทางเราจึงหมดไปกับการเดินๆๆ กินๆๆ และตะลอนเที่ยวอย่างบ้าเลือด
ชนิดที่กลับมาแล้ว ยังละเมอตื่นขึ้นมากลางดึกแล้วนั่งคิดว่า เอ๊ะ… พรุ่งนี้เราจะไปไหนนะ !!!

สรุปการเดินทางของเราทั้งหมดดังนี้ ใครอยากตามรอยไปก็ได้นะจ๊ะ

*=*=*=*=*=*=*=*=*=*=*=*=*=*=*=*=*

กรุงเทพ-กาฐมาณฑุ-โพคารา-ทานเซ็น-ลุมพินี-ซารังก็อต-โพคารา-
ปาตาน- บักตาปูร์-นากาก็อต-ดูลิเคล-กาฐมาณฑุ-กรุงเทพ

*=*=*=*=*=*=*=*=*=*=*=*=*=*=*=*=*

Advertisements

8 ความเห็น to “นมัสเตเนปาล..ค้นหาจิตวิญญาณที่ขาดหาย”

  1. ตั๋วแพง จัง จะไป ช่วงเดือน มีนาคม 2552ประมาณเดือนนะครับ ถ้าไป อินเดียก่อน จะถูกกว่าม้ยครับ
    ขอบคุณ ครับ สำหรับ ข้อมูล

  2. สวัสดีค่ะ เพิ่งมีโอกาสได้อ่าน จากการพยายามหาตั๋วทางอินเตอร์เนทค่ะ คือตอนนี้ประสบปัญหาเดียวกับพี่เรยค่ะ คือหาตั๋วไปในเดือนตุลาคมไม่ได้เลยยยย ไม่ทราบว่าที่พี่บอกว่ารอจนสุดๆๆๆ นี่รอถึงเมื่อไหร่หรอคะ อยากได้คำตอบด่วนเหมือนกันค่ะ เพราะตอนนี้อยู่ในช่วงตัดสินใจว่าจะรอ หรือบินด้วยสายการบิน GMG เลยดี ขอบคุณล่วงหน้าเลยนะคะ

  3. อยากขอคำแนะนำค่ะ จะเดินทางไปเที่ยวเนปาลช่วงสิ้นปีนี้ ประมาณ 8 วันค่ะ ไปคนเดียวเหมือนกัน มีสถานที่พักที่ทาเมล แล้วก็ที่โพคะลาแนะนำไหมค่ะ
    ขอบพระคุณในคำแนะนำนะคะ
    แนน

  4. อิจฉามากๆๆ หุ หุ
    ไว้..ว่างจากงาน..จะไปเที่ยว

  5. ขอบคุณสำหรับแรงบันดาลใจนะพี่ จะลองไปคนเดียวดูบ้าง
    ถ้ารอดกลับมาได้จามาเล่าให้ฟังบ้าง

  6. อืม เพิ่งมีโอกาสได้เข้ามาอ่าน สนุกดีนะภู่ แล้วจะรออ่านต่อนะจ้า อืม…รูปจูนที่ลงน่ารักดีนะ คนอื่นดูไม่ออกนะว่าใครเป็นใครจ้า

  7. พี่ค้า… แหมมม กะว่าจะโพสไปให้จีเอ็มดู งี้ก้รู้กันหมดอ่ะดิว่าที่มิชลินไม่เสร็จ เพราะวันๆ เราเขียนกันแต่ blog อุอุ ^^

  8. รอ รอ รออ่านต่อ
    เอาอย่างพี่ดีก่านะ
    เอาเวลางานมาเขียน Blog
    เลาว่างค่อยทำฝิ่น
    เหงาจริงจริงค่อยทำงาน
    สบายตัว…..อิอิ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: