เรื่องติ๋ว

31 สิงหาคม 2008

ดอยตุงมาเปิดลานขายของลดแลกแจกแถม เฉือน ตัด หั่น ลดราคากระหน่ำ อยู่ข้างล่างออฟฟิศ เบาะเอย หมอนเอย พรมเอย สารพัดผลงานสวยๆ งามๆ มาวางยั่วตายั่วใจกันเกือบอาทิตย์ ความที่ชอบดอยตุงเป็นทุนเดิม (ชอบเข้าไปดู แต่ไม่เคยจะมีตังค์ซื้อด้วยความที่มันแพงเกินงบที่มีในกระเป๋ามากๆๆๆๆ) คราวนี้พอเค้ามาลดราคาก็อดตื่นเต้ลไม่ได

ไปเดินลูบๆ คลำๆ พรมทอมือแสนงามสีม่วงแดงอยู่หลายครา วันที่ 1 ..ตัดใจ วันที่ 2 เดินกลับไป..ไม่เอา วันที่ 3 ขออีกที..เอาดี ไม่เอาดี

ใจนึงก็บอกว่า นี่ลดราคามาเยอะแล้วนา

อีกใจก็แย้งเสียงสั่น แต่มันก็ยังเกือบตั้ง 3 พัน

ฝ่ายอยากได้ บอก ซื้อเก็บไว้ไม่เห็นเสียหลาย ถ้าคราวนี้ไม่เอา คราวหน้าไม่ได้ราคานี้แล้วนะ

อีกฝ่าย แย้งโดยหลักการ แต่เอาไปตอนนี้ ก็ใช่ว่าจะได้อยู่เชยชม จะไปเที่ยวตั้งหลายเดือน กลับมาจะมีห้องอยู่รึเปล่ายังไม่รู้เลย

การต่อสู้ทางจิตใจชิงไหวชิงพริบกันสุดฤทธิ์ ใครเดินผ่านไปชั้น 1 เซ็นทรัลวันนั้น จะเห็นผู้หญิงหัวกระเซิงคนนึง ผุดลุกผุดนั่ง บ่นพึมพำไปมาอยู่คนเดียว …

ครึ่งชั่วโมงผ่านไป หลังส่งสายตาอาวรณ์ไปยังพรมแสนสวยเป็นครั้งสุดท้าย เราก็เดินจากมา

ก้าวผ่านพ้นประตูห้าง… เท้าค่อยๆ ก้าวไป จุดหมายยังรถไฟฟ้าสยาม ในใจก็เฝ้าคำนวณ

คิดดูสิ..3,000 บาทนี่ อยู่อินเดียเพิ่มขึ้นได้เป็นเดือน แหม..คิดยังงี้แล้วรู้สึกเหมือนความเสียดายที่เคยเป็นพันธนาการในใจค่อยๆ หลุดหายไปทีละบ่วง

อารมณ์ดีใจที่หาเหตุผลมาทดแทนความเสียดายที่ไม่ได้ซื้อของได้ยังไม่ทันจางไป เราเดินผ่านหน้าวัดปทุม ในเงารางๆ ของกำแพงวัดสีขาว ไฟจากถนน ส่องให้เราเห็นเด็กชายตัวเล็ก หน้าตามอมแมม ในมือถือขันพลาสติกใบน้อยนั่งอยู่ข้างกำแพง เท้าเปลือยเปล่าของหนูน้อยมอมแมม แววตาของหนูว่างเปล่า มองผ่านมาที่เราราวกับไร้ซึ่งความรู้สึกใดแล้วในโลกนี้

ความละอายใจวูบขึ้นมาในอกอย่างไม่มีสาเหตุ เรานี่ก็ช่างกระไรเลย ดูสิ ในขณะที่เรากำลังคิดว่าจะใช้เงิน 3 พันที่ไม่ได้เสียไปกับค่าช็อปปิ้งยังไง น้องหนูคนนี้ยังไม่มีแม้แต่ข้าวจะกิน …นี่ถ้าเราเดินผ่านเค้าพร้อมหิ้วเอาพรมนั่นมาด้วย ความละอายใจคงจะเพิ่มมากขึ้นเป็นพันเท่า…

จะเป็นจิตใต้สำนึก หรืออะไรก็ไม่รู้ แต่เราสาวเท้าเดินเร็วขึ้น จิตใจปลงตกและรู้สึกเบาขึ้นอย่างประหลาด…คิดถึงหน้าน้องแล้วคงไม่เสียเงินไปกับการช็อปของที่ “ไม่จำเป็น” ไปอีกหลายเดือน

ส่วนใครที่กำลังสงสัยว่าสุดท้ายเราให้เงินน้องเค้าไปรึเปล่า เพราะไหนๆ ก็เกือบจะใช้เงินไปกับเรื่องไร้สาระก่อนหน้านั้นอยู่แล้วนี่..

..เปล่าค่ะ..ถึงจะสงสารมากแค่ไหน..แต่ก็เหมือนกับที่เราสงสารช้างที่ต้องมาเดินอยู่ตามท้องถนน…
ยิ่งให้เงินน้องเค้า..ก็จะทำให้มีเด็กที่ต้องมานั่งอยู่แบบนี้มากขึ้น…เราขอเก็บเงินส่วนนี้ ไปใช้ประโยชน์กับคนที่ต้องการมันมากกว่าจะดีรึเปล่า


เขียนบล็อกนี้ไว้เตือนใจตัวเองให้นึกถึงน้องเค้า ทุกครั้งที่เรากำลังจะใช้จ่ายฟุ่มเฟือย…

วันนี้กลับบ้านแล้วดีใจที่ไม่เห็นน้องเค้าอยู่ตรงนั้นอีก .. หวังว่าความรู้สึกที่เรามีวันนั้นคงจะไม่เลือนลางหายไปง่ายดาย พร้อมกับการจากไปของน้องเค้าหรอกนะ…

Advertisements

3 ความเห็น to “เรื่องติ๋ว”

  1. If you desire to grow your knowledge only keep visiting this site and be updated with the most
    recent information posted here.

  2. ยังงี้ต้องดูหนัง “What would Jesus buy”

  3. ไปงาน WordCamp Bangkok 2008 กันไหมค่ะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: